Photobucket
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Manchester United แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Manchester United แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7-1 แบล๊คเบิร์น (พรีเมียร์ลีก)

เกมส์เริ่มเพียง 2 นาทีเจ้าถิ่นก็ขึ้นนำ 1-0 จากการยิงของเบอร์บาตอฟ หลังจากนั้นผีแดงก็ได้ประตูที่ 2 และ 3 ในนาทีที่ 23 จากปาร์ก จี ซุง และนาที่ที่ 27 จากเบอร์บาตอฟ ครึ่งแรก แมนยูนำก่อน 3-0 ครึ่งหลังเริ่มได้เพียง นาทีเดียวแมนยู ก็นำเป็น 4-0 จากหัวหอกบัลแกเรีย จากการเปิดของนานี่ แมนยูยังไม่เพลาการบุก แค่นาทีที่ 48 นานี่ได้บอลเลี้ยงจี้และตัดบอลเข้าด้านในซัดบอลตุงตาข่าย ผีแดงนำ 5-0 นาที่ที่ 61 เบิร์บ ซัดลูกที่ 4 ของตัวเองและพาทีมขึ้นนำ 6-0 เกมส์ยังไม่จบแค่นั้น ในนาทีที่ 70 เบิร์บก็ยิงลูกที่ 5 ในเกมส์นี้ได้ และขึ้นนำเป็นดาวซัลโว 11 ประตูทันที แต่ก่อนหมดเวลา 7 นาที ทีมกุหลาบไฟก็ยิงตีไข่แตกจนได้ จากคริสโตเฟอร์ แซมบ้า จบ 90 นาทีเจ้าถิ่นเก็บ 3 แต้มพร้อมขึ้นเป็นจ่าฝูง


วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กลาสโกว์ เรนเจอร์ส 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก)


เกมส์นี้แมนยูต้องการเพียงแค่ 1 แต้มก็จะสามารถเข้ารอบต่อไปได้ ท่านเซอร์จึงจัดทัพให้แผงหลังดาวรุ่งได้ลงมาโชว์ฝีมือบ้าง เกมส์ในครึ่งแรกเป็นของทีมเยือนซะเป็นส่วนใหญ่ แต่เจ้าบ้านก็มีโอกาสเสียวบ้างแต่จบ 45 นาที ยังเสมอกัน 0-0 ครึ่งหลังเกมส์ก็ยังคงเป็นของทีมผีแดงที่ครองบอลได้ดีกว่าและน่าจะขึ้นนำในหลายจังหวะ แต่แล้วก่อนหมดเวลาแค่ 3 นาที แมนยูก็ได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ฟาบิโอเติมเกมส์รุกเข้ามาโหม่งในเขตโทษของเรนเจอร์ แต่โดนเนย์สมิธเตะเข้าเต็มอก กรรมการไม่ลังเลให้แมนยูได้จุดโทษ และก็เป็นรูนนี่ที่สังหารแมนยู เอาชนะไป 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่แน่นอน


วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แอสตัน วิลล่า 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ ลีก)


ก่อนเกมส์นี้ปิศาจแดงมีแต้มตามหลังเชลซี ถึง 4 แต้ม จึงต้องการชัยชนะนัดนี้เพื่อไม่ให้คู่แข่งทิ้งห่างมากเกินไปนัก รูปเกมส์ในครึ่งแรก แมนยู มีโอกาสได้ประตูแต่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 เริ่มครึ่งหลังเป็นฝ่ายเจ้าบ้านมีโอกาสขึ้นนำแต่ก็ยิงชนเสาไปถึง 2 ครั้ง แต่แล้วความพยายามของวิลล่าก็บรรลุผลเมื่อกองหลังแมนยู ไปสกัดกองหน้าวิลล่าล้มในกรอบเขตโทษ กรรมการเป่าเป็นลูกจุดโทษทันที เป็นแอชลีย์ ยัง รับหน้าที่สังหารให้วิลล่าขึ้นนำแมนยู 1-0 ในนาทีที่ 72 ถัดมาอีกเพียง 4 นาที แฟนบอลผีแดงก็ช็อกอีกครั้งเมื่อวิลล่าสวนกลับ แล้วดาวนิ่งก็เปิดเข้ากลางประตู อัลไบรตัน ชาร์จเข้าไปง่ายๆ วิลล่า นำ 2-0 หลังจากนั้นแมนยูก็โหมบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืน แล้วในนาทีที่ 81 มาเคด้าที่ลงมาเป็นตัวสำรองก็ซัดประตูสุดสวยตีไข่แตกได้สำเร็จ แมนยูยังคงบุกหนักแล้วนาทีที่ 85 แฟนแมนยูก็ได้เฮเมื่อนานี่เปิดจากด้านข้าง แล้ววิดิชก็โหม่งย้อนทางให้แมนยูตีเสมอ 2-2 หลังจากนั้นไม่มีใครทำประตูเพิ่ม จบเกมส์แมนยูคว้า 1 แต้มไปแบบหืดขึ้นคอ


วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

แบล๊คเบิร์น 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ ลีก)


ก่อนเกมส์นี้ แมนยู สร้างผลงานที่น่าผิดหวัง 3 นัดติดกัน จากเกมส์ที่แพ้บาเยิร์นในนัดแรก แพ้เชลซี และชนะบาเยิร์น แต่ตกรอบแบบไม่น่าเชื่อ แมนยูสร้างโอกาสได้น้อยเมื่อเทียบกับหลายเกมส์ที่ผ่านมา และยังขาดตัวจบสกอร์อย่างรูนี่ย์ที่มีอาการบาดเจ็บ เกมส์นี้จึงทำได้แค่เสมอ 0-0 มีแต้มตามหลังเชลซี 1 แต้มแต่เตะมากกว่า 1 นัด โอกาสคว้าแชมป์ลดน้อยลงเรื่อยๆ


วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 บาเยิร์น มิวนิค (ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก)

ทีมเจ้าถิ่นผีแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับบาเยิร์น มิวนิค โดยที่ในเกมส์นี้มีรูนีย์ลงเล่นเป็นตัวจริง เร่มเกมส์ไปได้เพียง 3 นาทีเจ้าถิ่นก็แผลงฤทธิ์ ออกนำ 1-0 จากการยิงนอกกรอบเขตโทษของ ดาร์รอน กิ๊บสัน หลังจากเสียประตูแรก เสือใต้ยังไม่สามารถควบคุมเกมส์ในแดนกลางได้ โดนเจาะไปอีก 1 ลูก จากการปราดเข้ามาแล้ว ยิงลูกไขว้ของนานี่ เข้าไปอย่างสวยงาม เกมส์ตกเป็นของแมนยู เกือบทั้งหมด ท้ายครึ่งแรกทีมเยือนก็เริ่มครองเกมส์และมีโอกาสที่จะได้ประตูเช่นกัน แต่ก็ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ ฟาน เดอ ซาร์ ได้ แล้วแมนยู ก็ทำสกอร์หนีห่างเป็น 3-0 เมื่อ นานี่ แปเสยคานเข้าไป แต่ อีกแค่ 2 นาทีต่อมาเสือใต้ก็ตีไข่แตกสำเร็จจาก อีวิก้า โอลิช ศูนย์หน้าจอมขยัน จบ 45 นาทีแรก แมนยู ใกล้จะได้ตั๋วเข้าสู่รอบรองเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แต่เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 5 นาที เจ้าถิ่นก้เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนเมื่อ ราฟาเอลโดนใบเหลืองใบที่ 2 เป็บใบเหลือง-แดง หลังจากนั้นทีมเยือนก็เป็นฝ่ายปูพรมบุกเพื่อทำประตูเพิ่ม แต่ผีแดงก็ตั้งเกมส์รับอย่างเหนียวแน่นและรอสวนกลับ แต่แล้วนาทีที่ 74 แฟนทีมเยือนก็ได้เฮเมื่อ ร๊อบเบนยิงประตูไล่มาเป็น 2-3 จบเกมส์ 90 นาที แมนยูชนะ 3-2 รวมผล 2 นัด 4-4 แต่ตกรอบด้วยกดการยิงประตูทีมเยือน


วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 เชลซี (พรีเมียร์ ลีก)


เกมส์นี้เป็นเกมส์ที่ตัดสินแชมป์อย่างไม่เป็นทางการของศึกพรีเมียร์ ลีก เมื่อแมนยู ทีมอันดับ 1เปิดรัง โอล์ดแทรฟฟอร์ดรับการมาเยือนของสิงห์บลู เชลซี ทีมอันดับ 2 ถ้าแมนยูชนะนัดนี้จะมีแต้มทิ้งห่างเชลซี เป็น 4 แต้ม แต่เริ่มเกมส์มาได้ 20 นาทีทีมเยือนกลับเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 จาก โจ โคล แต่เจ้าบ้านก็มีโอกาสสวนบ้างแต่ยังไม่เป็นสกอร์ จบครึ่งแรกเชลซีนำ 1-0 เริ่มครึ่งหลังมาเจ้าบ้านบุกกดดันทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สำเร็จ จึงถูกเชลซียิงเพิ่มจากจังหวะล้ำหน้าของ ดร็อกบา แต่ผู้ตัดสินไม่ยกธง ดร็อกบา จึงยิงให้เชลซีนำห่างเป็น 2-0 แต่อีก 2 นาทีต่อมา เจ้าถิ่นก็ตีไข่แตกได้จากจังหวะบอลมาโดนตัว มาเคด้า เข้าประตู หลังจากนั้นแมนยู ก็พยายามกดดันหวังประตูตีเสมอให้ได้ แต่จบ 90 นาที แมนยูจึงแพ้ในบ้านตัวเองแก่ เชลซี ทำให้เชลซีขึ้นนำเป็นจ่าฝูงมีคะแนนมากกว่าแมนยู 2 แต้ม โดยที่ทั้ง 2 ทีมมีโปรแกรมการเตะอีกทีมละ 5 นัด


วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

บาเยิร์น มิวนิค 2-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก)

ศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นการเจอกันอีกครั้งของ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ที่เคยเจอกันในถ้วยใบนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งแมนยู เป็นฝ่ายเอาชนะบาเยิร์นได้ในนัดชิง มาครั้งนี้บาเยิร์นค่อนข้างเสียเปรียบเพราะฟอร์มการเล่น 2 นัดในลีกเป็นฝ่ายปราชัยด้วยสกอร์ 1-2 ทั้ง 2 นัด ผิดกับทีมเยือนซึ่งเล่นได้ดีวันดีคืน เริ่มเกมส์มาได้เพียง 2 นาที แฟนบอลบาเยิร์นก็ต้องอึ้งเมื่อ เวนย์ รูนี่ย์ ส่งบอลสู่ก้นตาข่าย ให้ทีมเยือนขึ้นนำก่อน 1-0 และเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกหลายจังหวะ แต่จบ 45 นาทีแรก สกอร์ไม่เปลี่ยนแปลง แต่พอครึ่งหลังเริ่มขึ้น เกมส์ก็ตกเป็นของเจ้าบ้านเกือบทั้งหมดและก็ได้ประตูตีเสมอจาก ฟร้องก์ ริเบรี่ ที่ยิงลูกฟรีคิกไปแฉลบกำแพงแมนยู หังจากได้ประตูตีเสมอบาเยิร์นก็หวังจะเอาชนะให้ได้ และแล้วในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อีวิก้า โอลิชก็ยิงประตูชัยให้กับเจ้าถิ่นได้ จบเกมส์บาเยิร์นชนะ 2-1 นัดหน้าต้องไปเยือนแมนยู แค่ผลเสมอก็จะทำให้เสือใต้ผ่านเข้ารอบไปได้


วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553

โบลตัน 0-4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)


เกมส์นี้แมนยูพัก เวนย์ รูนี่ย์ เพราะกลางสัปดาห์ต้องเจองานหนักเมื่อต้องเผชิญกับ บาเยิร์น มิวนิค แต่การพักศูนย์หน้าร่างอวบก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผีแดง สามารถบุกไปชนะ โบลตันได้ 4-0 จากการทำประตูของ เบอร์บาตอฟ 2 เม็ด ดาร์รอน กิ๊บสัน 1 เม็ด และกองหลังโบลตันทำเข้าประตูตัวเอง ทวงบัลลังก์จ่าฝูงคืน


วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)


ศึกวันแดงเดือดนัดนี้เริ่มเกมส์เพียง 5 นาที ทีมเยือนกลับขึ้นนำก่อนจากลูกโขกของกองหน้าตัวเก่ง เฟอร์นันโด ตอเรส หลังจากนั้น แมนยูก็พยายามเริ่มเกมส์ของตัวเองใหม่ จนกระทั่งในนาทีที่ 12 ก็ได้ลูกจุดโทษจากการทำฟาวล์ของ มาสเคราโน่ดึง วาเลนเซียในกรอบเขตโทษ รูนี่ย์รับหน้าที่สังหาร เรย์น่า ประตูลิเวอร์พูลพุ่งถูกทาง แต่ลูกบอลเป็นใจกระเด็นมาเข้าทางรูนี่ย์ ซัดเข้าทำให้เสมอ 1-1 ถัดมาในนาทีที่ 60 แฟนเจ้าถิ่นก็ได้เฮ เมื่อ ปาร์ค จีซุง โหม่ง เข้าจากการเปิดของ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ จบเกมส์ แมนยูสามารถเก็บ 3 แต้มได้และขึ้นจ่าฝูงอีกครั้ง


Twitter Delicious Facebook Digg Favorites More